โกดังขนาดเล็กให้เช่าข้าวร้อง อคส. ย้ายข้าวรับจำนำ เหตุผนังโกดังพัง-หวั่นข้าวเสียหาย เกรงถูกโยนความผิด

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โกดังที่ใช้เก็บข้าวสารโครงการรับจำนำข้าว 2554/2555 จาก อคส. สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ของคลังสินค้า ส.ชนิกานต์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.พะวง อ.เมืองสงขลา พังถล่มลงมากลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ทำให้กระสอบข้าวสารร่วงออกมาภายนอกอาคาร บางส่วนเริ่มได้รับความเสียหายเนื่องจากฝนตก นอกจากนี้ยังมีฝูงนกเข้ามากินข้าวสาร ซึ่งคาดว่าข้าวสารที่เก็บอยู่ภายในโกดังขนาดเล็กให้เช่าจะได้รับความเสียหายเพิ่มมากขึ้น ขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่ได้สนใจที่จะซ่อมแซมอาคารที่เสียหาย

นายเกษม กังวาฬเดช ผู้จัดการคลังสินค้า ส.ชนิกานต์ กล่าวว่า คลังสินค้าของตนเป็นคลังสินค้ารับฝากข้าวในโครงการของรัฐบาล โดยมีคลังสินค้าอยู่ทั้งหมด 4 หลัง เมื่อปี 2552 เข้าร่วมโครงการรับฝากข้าวของรัฐบาลจากองค์การคลังสินค้า หรือ อคส.ทั้ง 4 คลัง จากนั้นได้มีการระบายข้าวจากคลังจำหน่ายออกไปได้ 2 คลัง ในปี 2555 จึงเข้าร่วมโครงการใน 2 คลัง คือคลังที่ 2 และ 4 และมีข้าวเก็บอยู่ในคลังจนถึงปัจจุบัน โดยหลังที่ 2 เก็บไว้จำนวน 21,060 กระสอบ และคลังที่ 4 มีอยู่เพียง 315 กระสอบ คลังจะได้ค่าเช่ากระสอบละ 2 บาทต่อเดือน ทาง อคส.ค้างจ่ายค่าเช่ามานานกว่า 1 ปีแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ผนังของคลังสินค้าที่ 2 พังลงมาจากกองข้าวที่ล้ม ทำให้ฝาผนังทะลุเป็นช่องโหว่ ข้าวล้มออกมานับร้อยกระสอบ ได้แจ้งให้ตัวแทน อคส.ในจังหวัดทราบ แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ จนทำให้มีนกเข้าไปในคลัง เมื่อมีฝนตกต่อเนื่องทำให้ข้าวเน่าเหม็น ทางคลังไม่สามารถที่จะซ่อมให้โดยการทดรองจ่ายไปก่อนได้ เพราะก่อนหน้านี้เกิดผนังคลังพังมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งตนได้หาช่างมาซ่อมและทดรองจ่ายไปก่อน โดย 3 ครั้งที่ซ่อมไปเป็นเงินเกือบ 1 แสนบาท แต่เมื่อเรียกเก็บไปทาง อคส.กลับเพิกเฉย ครั้งนี้ความอดทนจึงสิ้นสุด เพราะเกรงว่าหากข้าวในคลังเสียหาย ทาง อคส.จะโทษว่าเป็นเพราะทางคลังดูแลรักษาไม่ดี ซึ่งจะมีการเรียกค่าเสียหายจากคลัง ทั้งยังเสียโอกาสทางธุรกิจ เพราะแม้มีข้าวในคลังเพียง 300 กระสอบ ได้ค่าเช่าเดือนละ 600 บาท ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายข้าวออกไปเองได้เพราะถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ

“ทั้งนี้ อคส.ค้างชำระค่าฝากเก็บสินค้าที่คลังที่ 2 มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งทางคลังได้ทวงถามมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มรับฝากสินค้าจาก อคส.มาตั้งแต่ปี 2552 นั้น ไม่เคยมีการชำระเงินตามกำหนด ต้องทวงถามอยู่ตลอด โดยอาคารคลังสินค้าบริเวณนี้ หากทำธุรกิจกับผู้เช่ารายอื่นๆ จะได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 4 แสนบาท แต่ขณะนี้มีรายได้ไม่ถึง 2 แสนบาท ผู้เช่าบางรายเมื่อทราบว่ามีสินค้าของ อคส.เก็บอยู่ก็ไม่อยากที่จะเช่าคลัง เพราะเกรงปัญหาจะตามมาอีกมาก จึงต้องการให้ขนย้ายข้าวทั้งหมดออกไป และให้ อคส.ซ่อมผนังที่เสียหาย กับขนย้ายข้าวในคลังออกไปทั้งหมด เพราะได้ทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาเช่าไปนานแล้ว อีกทั้งที่ผ่านมาทางบริษัทที่รับดูแลรักษาข้าว โดยเฉพาะการรมยากันมอด ก็ไม่ได้เข้ามาดูแลมานาน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหามอดสร้างความรำคาญให้กับชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะให้เวลาดำเนินการภายใน 30 วัน หลังจากนั้นจะยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมจากศาลต่อไป” นายเกษมกล่าว
Credit : https://www.prachachat.net/general/news-171970